บ้างเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘Gen Y’ / ‘Millennium’ หรือ ‘Gen Me’ กำหนดขอบเขตว่า เจเนอเรชั่นนี้เกิดระหว่าง พ.ศ. 2523-2535 ทว่าในงานสัมมนา ‘ไขรหัสลับ Gen Y จุดเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ 4.0’ ที่จัดขึ้นโดย Terra BKK นิยามหนึ่งได้ปรากฏขึ้นบนเวที

                 ทำไมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และหลายธุรกิจต้องสนใจพฤติกรรมของ Gen Y มากกว่ากลุ่มอื่น?

                นั่นเพราะปัจจุบัน Gen Y กำลังอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25-37 ปี เริ่มเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว มีกำลังซื้อ มีความพร้อม มีความรัก มีความฝันอยากเริมต้นชีวิตคู่ และอยากมีบ้านหลังแรกในชีวิต คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่เนื้อหอมอย่างมากในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ถึงขนาดที่มีการสำรวจความต้องการของพวกเขาอย่างจริงจัง และหากคุณคิดว่า ‘คอนโด’ ยังได้รับความนิยมสูงสุดล่ะก็ ขอบอกว่าผิดถนัด!

                ผลสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยของคน Gen Y ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดย Terra BKK พบว่า ‘บ้านเดี่ยว’ ราคา 1-2 ล้านบาท ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ ‘ทาวน์โฮม’ ราคา 1.2-2.3 ล้านบาท ขณะที่ ‘คอนโด’ ที่เคยครองแชมป์หลายสมัย ชนิดที่หลับตาจิ้มโลเกชั่นตามแนวรถไฟฟ้าก็มีให้เลือกมากสไตล์กลับได้รับความนิยมเป็นอันดับสาม นั่นหมายถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ ที่ทำให้นายทุนเบนเข็มกันแทบไม่ทัน

                ความน่าสนใจอยู่ที่การแบ่ง Gen Y ออกเป็น 4 กลุ่มหลักตามไลฟ์สไตล์ มุมมอง ค่านิยม และรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ได้แก่

  1. Smart Choice: ชื่อกลุ่มก็บอกว่า ‘ฉลาดเลือก’ เพราะประชากรส่วนใหญ่ของ Gen Y มีจำนวนมากถึง 53% พวกเขาชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบราคาของสินค้าและบริการก่อนตัดสินใจเสมอ คิดถึงอนาคต วางแผนการใช้จ่าย และให้เวลากับครอบครัว ไม่ค่อยแต่งตัวหรือซื้อของตามแฟชั่น นอกจากจะชอบจริงๆ คนกลุ่มนี้มีงบฯ เฉลี่ยในการซื้อบ้านอยู่ที่ 1-3 ล้านบาท ฐานรายได้ส่วนใหญ่อยู่ที่ 18,001-24,000 บาท พวกเขามองหาบ้านในเมืองที่เดินทางสะดวก ต้องการความเป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย สำคัญที่สุดต้องมีคุณภาพในการก่อสร้าง และระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม เน้นความน่าเชื่อถือของโครงการที่มีชื่อเสียง รวมถึงบ้านที่มีความเป็น Trendy Style

  1. Peace in Mind: กลุ่มผู้แสวงหาความสุขสงบในชีวิต จัดเป็นกลุ่มรองที่มีสัดส่วนถึง 35% พวกเขามีพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับกลุ่ม Smart Choice ทั้งวางแผนการใช้จ่าย คิดถึงอนาคต ให้เวลากับครอบครัว และเปรียบเทียบราคา แตกต่างกันตรงที่พวกเขามีเป้าหมายในชีวิตอยู่ที่เงินทองและความมั่นคั่ง การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการมักมีเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น หากถูกใจพนักงานก็อาจเลือกสินค้าและบริการได้เลย แต่ถ้าแบรนด์ที่ ‘ใช่’ แต่กลับไม่ปลื้มพนักงานก็อาจทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจไม่อุดหนุนเลยก็ได้ ส่วนใหญ่มีงบฯ ในการซื้อที่อยู่อาศัยราว 1-2 ล้านบาท และมีรายรับเฉลี่ยอยู่ที่ 24,001-35,000 บาท นั่นทำให้พวกเขาต้องการบ้านที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและเป็นส่วนตัว บ้านที่จะเติมเต็มความสุขและคุณค่าของชีวิต

  1. WE Oriented: ขอต้อนรับสู่โลกของกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนพ้องและครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มนี้มีเพียงร้อยละ 6 และส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่อายุยังน้อย คนกลุ่มนี้มีเพื่อนและครอบครัวเป็นที่ปรึกษาหลัก รักพวกพ้องเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนเรื่องของการเลือกซื้อสินค้าก็มักจะปรึกษาเพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัว แล้วค่อยเปรียบเทียบราคาอย่างละเอียดยิบ คิดว่าเงินทองและความมั่งคั่งเป็นเป้าหมายในชีวิต อยากให้ตัวเองลุคคูลตลอดเวลา และมักซื้อของที่มียี่ห้อหรือบ่งบอกตัวตนของพวกเขาได้ ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ย 18,001-24,000 บาท และมองหาที่อยู่อาศัยราว 1-2 ล้านบาท พวกเขาต้องการบ้านที่มีคุณภาพในการก่อสร้างและบริการหลังการขายที่ดี เน้นบ้านที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข เพื่อนๆ มาสังสรรค์ได้เต็มที่

  1. Quality Seekers: ชาวเพอร์เฟ็กต์ชั่นนิสต์ตัวจริง ประชากรกลุ่มน้อยเพียงร้อยละ 6 ของ Gen Y พวกเขาห่วงภาพลักษณ์ ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ทันสมัย แพงแค่ไหนฉันก็ซื้อ หากมันทำให้ดูดี ดูล้ำ แฟชั่นนิสต้าตัวยง ชอบลองสินค้าใหม่ๆ หรือก้าวล้ำนำเทรนด์ ซึ่งสวนทางกับรายรับที่กว่าครึ่งของกลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 7,5001-18,000 บาท ทำให้พวกเขามองหาที่อยู่อาศัยราว 1-2 ล้านบาทก็เพียงพอ พวกเขาต้องการบ้านที่มีคุณภาพและบริการหลังการขายที่ดี รวมถึงแบรนด์ที่สะท้อนความสำเร็จในชีวิต ชอบความล้ำสมัยแบบบ้านอัจฉริยะ และมีสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

               นอกจากนี้ ในวงสัมมนายังมีการสรุปความเป็น Gen Y ไว้อย่างน่าสนใจ เช่น พวกเขามีความย้อนแย้งสูง เช่น มักจะใช้เวลาในการค้นหาข้อมูล แต่หากตัดสินใจแล้วล่ะก็แบรนด์ต้องเร่งตอบสนองให้ไวเชียวล่ะ รวมถึงต้องใช้โซเชี่ยลมีเดียในการทำมาร์เก็ตติ้งอย่างชาญฉลาด และพวกเขาจะรับฟังคนธรรมดาที่มีความน่าเชื่อถือ นักการตลาดเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘Micro Influencer’ ซึ่งมีเพียง 5% เท่านั้น ประชากรผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดนี้มักมี Passion & Mission ในชีวิต ไม่หยุดยั้งจนกว่า Mission จะสำเร็จ และเมื่อสำเร็จแล้วก็มองหา Mission ใหม่ต่อไป นี่แหละผู้นำทางความคิดที่ Gen Y ต้องการ

               อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ถูกหยิบยกมาพูดถึงโดย ภารุจ ดาวราย Executive Creative Director ของลีโอ เบอร์เนทท์ ที่พูดถึงประเด็นที่นักการตลาดยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ Brand Experience เพราะ “อินเตอร์เน็ต” ทำให้คนเปิดกว้างในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น “สถิติระบุว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และใช้เวลาในโซเชี่ยลมีเดียมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนมักจะบอกเล่าประสบการณ์ของพวกเขาในโซเชี่ยลฯ ทำให้ทุกวันนี้คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับแบรนด์ เพราะพวกเขายินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์มากกว่าสิ่งของ อีกอย่างผมอยากให้ธุรกิจตื่นตัวกับการนำ AI (Artificial Intelligence) มาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้า แต่อย่าตื่นตระหนก เพราะทุกวันนี้ AI ก็แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้ว เพียงแต่คนไม่รู้สึกแค่นั้นเอง เช่น Google Maps ที่คอยแนะนำเส้นทาง หรือแอพพลิเคชั่นที่มีการแนะนำเรื่องราวหรือสินค้าที่คุณน่าจะสนใจ ซึ่งจับพฤติกรรมการใช้โซเชี่ยลมีเดียของเรานั่นเอง”

ภารุจ ดาวราย Executive Creative Director ของลีโอ เบอร์เนทท์

               ภารุจ ยังบอกด้วยว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการผ่านการจัดเรตติ้งและการรีวิว และที่น่ากลัวกว่านั้นก็ต้องผลสำรวจชาวยุโรปและอเมริกันที่ระบุว่า “ร้อยละ 92 ไม่แคร์ถึงการล้มหายตายจากของแบรนด์ในโลก ความหมายของ Brand Royalty จึงแปรเปลี่ยนตามพฤติกรรมของคนยุคนี้ ที้เน้นความคุ้นเคยกับแบรนด์และประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับมาเป็นสำคัญ”

               จากนี้คงต้องจับตามองต่อไปว่า AI และโซเชี่ยลฯ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนมากเพียงไร ที่แน่ๆ Gen Y กำลังเนื้อหอมสุดๆ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์

              The Choice is Yours!

Facebook Comments