เรื่อง : อูน

               “ผมติดเชื้อเอชไอวี” คำแถลงของ ชาร์ลี ชีน เมื่อปลายปี 2015 ต่อสาธารณชน ทำให้ความกดดันผ่อนคลายลง และยังเป็นประโยคที่กระตุ้นให้ผู้คนสมัครใจไปตรวจเลือด

                วันที่ 17 พฤศจิกายน 2015 ชาร์ลี ชีนแสดงความกล้าออกมา ซึ่งนับว่าน้อยครั้งมากในชีวิตของเขา ด้วยการไปนั่งเป็นแขกรับเชิญในรายการ ‘Today’ โชว์ของสถานีโทรทัศน์ NBC เพื่อสารภาพความจริงต่อผู้ชมนับล้านว่า เขาติดเชื้อเอชไอวี

ชาร์ลี ชีน ระหว่างแถลงข่าวงานสินค้าถุงยางอนามัยยี่ห้อหนึ่งในเดือนมิถุนายน 2016 ในลอนดอน ภายหลังจากการเผยตัวเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีของเขาแล้ว ทำให้ยอดขายเครื่องตรวจเอชไอวีด้วยตนเองเพิ่มสูงขึ้น

                การตัดสินใจบอกกล่าวเรื่องความเจ็บป่วยนั้น เขาทำโดยไม่สู้จะเต็มใจนัก ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดเผย หนังสือพิมพ์ซุบซิบเล่นข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าเขาจะติดเชื้อ ติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งชีนเองก็เคยชี้แจงก่อนหน้านั้นว่า เขาถูกโสเภณีคนหนึ่งที่แอบถ่ายภาพยาต้านของเขา โทรศัพท์มาแบล็กเมล์เขา เขาจึงตัดสินใจยุติปัญหา

ปลายทศวรรษ’80 ชาร์ลี ชีนยังอยู่ในยุคเฟื่องฟู ในภาพเป็นการประชันบทบาทกับไมเคิล ดักลาส ในหนังเรื่อง ‘Wall Street’

                นักแสดงวัย 51 ใช้โอกาสขณะผู้คนกำลังให้ความสนใจนั้น ไม่เพียงเพื่อชี้แจงเรื่องของตนเอง หากยังต้องการสื่อถึงสาธารณชนถึงความสำคัญในการตรวจเชื้อเอชไอวีด้วย จากตรงนั้นเขาสามารถทำให้คนนับหมื่นคนตระหนักถึงความเสี่ยงของตนเองต่อการติดเชื้อเอชไอวี และอยากรับรู้ถึงความเป็นไปของสุขภาพของตัวเอง

ชีวิตส่วนตัวที่ไม่ราบรื่น บ่อยครั้งเขาต้องประสบปัญหาเรื่องยาเสพติดและการใช้ความรุนแรง หลังจากชีวิตคู่ครั้งแรกอับปาง ช่วงระหว่างปี 2002-2006 เขาแต่งงานอยู่กินกับเดนิส ริชาร์ดส์ และมีลูกด้วยกัน 2 คน

คนนับล้านหาคำตอบจากกูเกิล คนนับหมื่นไปตรวจเลือด

ความสำเร็จในอาชีพการแสดงของชีน ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสุขในชีวิตจริง

                ภายหลังรายการทอล์กโชว์ออกอากาศ มีคนนับล้านคลิกหาคำตอบในอินเตอร์เน็ต ถึงวิธีป้องกันและหาช่องทางการตรวจเลือด จนสถิติเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ตามรายงานผลการสำรวจของปี 2016*  จากกรณีศึกษาอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่า ประชากรในสหรัฐอเมริกาเริ่มพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกไปอีกขั้น ด้วยการผลิตเครื่องตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง ออกวางจำหน่าย และกลายเป็นสินค้าขายดีในเวลารวดเร็ว

เมื่อจับคู่กับจอห์น ไครเออร์ ทำให้เขากลายเป็นดาราทีวีที่มีค่าตัวแพงที่สุดติดอันดับโลก ในซีรีส์ ‘Two and a Half Men’ เขาได้รับค่าตัวถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อต่อ

                ปฏิกิริยาตอบรับจากการเผยตัวของชาร์ลี ชีนกระตุ้นให้ยอดขายเครื่องตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองสูงขึ้นกว่า 7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงวันเอดส์โลก โจน-แพทริก แอลเลม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย เขียนบทความในวารสาร Prevention Sciences สรุปว่า “เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายว่า แค่คนอย่างชีนเพียงคนเดียวออกมาพูดเรื่องการติดเชื้อเอชไอวีอย่างเปิดเผย ก็สามารถชักจูงผู้คนได้ดีกว่าการใช้คนที่ไม่เป็นที่รู้จักจำนวนมาก หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ออกมาพูด”

                การตรวจเอชไอวีเป็นหนทางหนึ่งในการลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ ผลจากการสำรวจพบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐอเมริกา 1.2 ล้านคนนั้น 1 ใน 8 คนไม่รู้ตัวว่าตนติดเชื้อ

ชีนผละออกจากซีรีส์ ‘Two and a Half Men’ เพื่อไปออกรายการตลกบนเวที และบ่อยครั้งจะมีหญิงสาว 2 คนที่เขาเรียก ‘เทพธิดา’ ปรากฏอยู่ข้างกาย (ในภาพ ที่นิวยอร์ก เดือนเมษายน 2011) การหมั้นหมายของเขากับอดีตนักแสดงหนังโป๊ถูกยกเลิกไปในเดือนตุลาคม 2014

                ในขณะที่ประเทศไทย ตัวเลขจากกองควบคุมโรคระบุจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีปี 2016 มีอยู่ 426,999 คน และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ได้รับการตรวจ หรือไม่รู้สถานการณ์ติดเชื้อของตนเองอยู่ประมาณไม่ต่ำกว่า 47,000 คน

แม้ว่าชาร์ลี ชีนไม่ได้กลายเป็นไอดอลของสังคม แต่การเผยตัวเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปี 2015 ก็สร้างภาพลักษณ์ดีๆ ให้กับเขาได้

เครดิต : www.spiegel.de

Facebook Comments