เรื่อง : อูน
ภาพ : นิตยสาร Vanity Fair

หลังจาก “เอ็มมา วัตสัน” ถ่ายภาพเปลือยอกลงในนิตยสาร Vanity Fair เธอก็ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่ม
เฟมินิสต์ เธอนิ่งเงียบอยู่นาน กว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อปกป้องตนเอง

                ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถเรียกร้องความเสมอภาคได้หรือไม่ หากผู้หญิงคนนั้นยอมเปลือยอกถ่ายภาพลงนิตยสาร? เฟมินิสต์บางคนตอบว่า “ไม่ได้” แล้วพุ่งโจมตีดาราสาวข้อหาเปลืองเนื้อเปลืองตัวถ่ายภาพลงในนิตยสารอเมริกัน Vanity Fair ฉบับล่าสุด จึงเป็นที่มาของการโต้กลับของนักแสดงสาวอังกฤษ

                “เฟมินิสม์ไม่ใช่ไม้เท้า ที่เอาไว้ตีผู้หญิงคนอื่น” วัตสันตอบโต้ในรายการสัมภาษณ์ของสถานีบีบีซี แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกได้ต่างหาก เธอว่า “มันคือเสรีภาพ เพื่อการปลดปล่อย เพื่อสิทธิความเสมอภาค ฉันไม่รู้เหมือนกันว่านมของฉันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย”

                เอ็มมา วัตสันตัดสินใจเป็นนางแบบแฟชั่นเซ็ตปกของนิตยสาร Vanity Fair โดยมี “ทิม วอล์เกอร์” ทำหน้าที่ช่างภาพ ภาพที่นำมาซึ่งปัญหาถกเถียงกันตามหน้าสื่อตะวันตกวันนี้ คือภาพวัตสันในชุดแจ็กเก็ตโบเลโรสีขาวของ Burberry นักแสดงสาววัย 26 ไม่ได้สวมเสื้อตัวในปกปิดหน้าอก ในภาพจึงสามารถเห็นเต้านมบางส่วนของเธอ เมื่อนิตยสารถูกเผยแพร่ออกมาจึงกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที

                “Beauty and the Breasts” (สาวงามและเต้านม) กลายเป็นชื่อล้อเลียนของภาพยนตร์ “Beauty and the Beast” (เข้าฉายวันที่ 16 มีนาคมนี้) อันเป็นผลงานเรื่องล่าสุดของเอ็มมา วัตสัน นักจัดรายการวิทยุในลอนดอน “จูเลีย ฮาร์ตลีย์-บรีเวอร์” กล่าวหาวัตสันค่อนข้างรุนแรงว่าไร้เดียงสา เพราะก่อนหน้านั้นวัตสันเคยออกมาเรียกร้องให้สังคมยอมรับผู้หญิงมากขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงเพศสำหรับไว้รองรับความใคร่ แต่แล้ววัตสันกลับถ่ายภาพคล้ายแสดงตนเป็นวัตถุทางเพศเสียเอง

                “แดน สตีเวนส์” เพื่อนนักแสดงของวัตสันให้สัมภาษณ์ในรายการของบีบีซีอย่างตรงประเด็น “คนเขาพูดถึงคุณว่าอย่างไรบ้าง” เขาถามวัตสัน “เขาว่าฉันไม่น่าจะเป็นเฟมินิสต์ได้ และ…”

               “มีเต้านม” สตีเวนส์ขยาย

               “…และมีเต้านม” วัตสันทวนประโยค

               บทสนทนาประโยคสั้นๆ ระหว่างวัตสันกับสตีเวนส์นี้ น่าจะทำให้กรณีโต้เถียงเรื่องเฟมินิสม์จบลงได้เสียที

Facebook Comments