ลัมโบร์กินีพร้อมตอกย้ำเป็นซูเปอร์คาร์ระดับโลกในไทย
เปิด “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร
ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

นายลอเรนโซ กาลานติ (ที่สามจากซ้าย) เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน งานเปิดตัว “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งเป็นหนึ่งในศูนย์บริการที่สามารถรองรับรถเข้าซ่อมบำรุงได้มากที่สุดของทุกภูมิภาค โดยมีนายเฟเดอริโก ฟอสชินี (ที่สองจากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ นายมัตเตโอ ออเทนซี่ (ซ้ายสุด) ประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด นายอภิชาติ ลีนุตพงษ์ (ที่สามจากขวา) ประธานกรรมการ ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล (ที่สองจากขวา) กรรมการ และนายศักดิ์ นานา (ขวาสุด) กรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับ

นายดาวิเด ซเฟรโคลา ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  นายมัตเตโอ ออเทนซี่  ประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นายเฟเดอริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด นายอภิชาติ ลีนุตพงษ์  ประธานกรรมการ ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการ และนายศักดิ์ นานา กรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด

               บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ถือฤกษ์ดีปีใหม่ 2562 เปิดบันทึกหน้าสำคัญในฐานะตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัว “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่พร้อมให้บริการแก่เจ้าของรถและแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินี ด้วยมาตรฐานการให้บริการระดับโลก ที่พร้อมผลักดันให้ลัมโบร์กินีเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นแนวหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

              ด้านนายอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เพราะการเป็นเจ้าของรถลัมโบร์กินีหมายถึงเอกสิทธิ์เหนือระดับของการขับขี่ ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ จึงคัดสรรและพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบ การก่อสร้าง การตกแต่ง เพราะการขายและให้บริการรถซูเปอร์คาร์ระดับโลกนั้น ต้องมาพร้อมกับมาตรฐานชั้นนำระดับโลก โดยลูกค้าผู้ทรงเกียรติจะรู้สึกได้ถึงบริการระดับโรงแรม 6 ดาวเมื่อเข้ารับบริการในโชว์รูม ที่จะมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งจิตวิญญาณของลัมโบร์กินี โดยเฉพาะห้อง AdPersonam ที่สามารถเลือกปรับแต่งรถลัมโบร์กินีให้สะท้อนบุคลิกได้ตามต้องการ พร้อมเห็นตัวอย่างการตกแต่งภายนอกและภายในด้วยระบบ Interactive โดยเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งแรกที่เป็นห้องปิดติดระบบปรับอากาศทั้ง 7 ช่องซ่อม พร้อมให้บริการด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่มีความสะอาดและได้มาตรฐานความปลอดภัย รวมทั้งพื้นที่ซ่อมบำรุงที่เปรียบเสมือนกับห้องผ่าตัดสำหรับรถซูเปอร์คาร์ระดับเวิลด์คลาส ให้บริการด้วยทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์มากกว่า 20 ปี สามารถรองรับรถลัมโบร์กีนีได้มากกว่า 1,000 คันต่อปี ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่เจ้ารถทุกท่าน โดยมาตรฐานบริการระดับโลกเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ลัมโบร์กินีเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นแนวหน้า ที่ครองใจคนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

               เพื่อให้ควรคู่กับการเป็นค่ำคืนอันแสนพิเศษ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” จึงได้รังสรรค์การแสดงโขนที่ทางยูเนสโก (UNESCO) ประกาศรับรองให้เป็นตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติผสมผสานกับการแสดงหนังใหญ่ ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และความหรูหราอลังการ เสริมความอ่อนโยนของนางรำที่เป็นตัวแทนของนางฟ้า ออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างสมศักดิ์ศรีที่แบรนด์ลัมโบร์กินีเดินทางมาถึงประเทศไทยอย่างแท้จริง ทั้ง มร. เฟเดอริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด มร. มัตเตโอ ออเทนซี่ ประธานกรรมการบริหารลัมโบร์กินี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ มร. ลอเรนโซ กาลานติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ และเหล่าเซเลบริตี้แฟนลัมโบร์กินี อาทิ คุณจิตภัสร์ กฤดากร คุณวงศ์ชนก ชีวะศิริ คุณวิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ คุณชนัดดา จิราธิวัฒน์ คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์ คุณณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี ฯลฯ ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

This slideshow requires JavaScript.

               นอกจากนี้ ในงานฯ ยังได้จัดแสดง “ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ” Lamborghini  Aventador SVJ ให้แฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีในเมืองไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดย ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นรถยนต์แบบโปรดักชั่น ที่สามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในสนามนูเบิร์กริง (ด้วยเวลาเพียง 6.44.97 นาที) ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดถึง 770 แรงม้า ช่วยให้ทะยานจาก 0-100 ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว อเวนทาดอร์ เอสวีเจ มาพร้อมกับระบบอากาศพลศาสตร์ ALA (Aerodynamica Lamborghini Attiva) 2.0 ที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพในการจัดการอากาศได้ดีกว่ารุ่น อเวนทาดอร์ เอสวีเจ ถึง 40% ส่งผลให้อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นกระทิงเปลี่ยวที่ดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ลัมโบร์กินี

Facebook Comments