เรื่อง : อูน

                นิวยอร์ก ไทม์ส แนะนำสถานที่ที่ควรไปเยือนของปี 2019 เป็นการท่องเที่ยวทั้งแบบนิเวศ โบราณสถาน และแหล่งที่มีหลากหลายวัฒนธรรม

                อันดับ 1 Purto Rico ภัยพิบัติจากพายุเฮอร์ริเคน ‘มาเรีย’ เมื่อเดือนกันยายน 2017 ทำให้การท่องเที่ยวแถบแคริบเบียนตกต่ำ แต่ตอนนี้ความคึกคักน่าสนใจหวนกลับเรียกร้องนักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะในหมวดหมู่วัฒนธรรมและบันเทิงบริเวณรอบซานฮวน ทั้งโรงหนัง ร้านอาหาร และโรงคอนเสิร์ต

อันดับ 1 Purto Rico

                อันดับ 2 Hampi เมืองประวัติศาสตร์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทางตอนใต้ของฮินดูระหว่างปี 1343-1565 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกตั้งแต่ปี 1986

อันดับ 2 Hampi

                อันดับ 3 Santa Barbara หรือริเวียราแห่งอเมริกา เป็นเมืองชายฝั่งตะวันตกของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมานาน นักเขียนของนิวยอร์ก ไทม์สยืนยันว่า ปีนี้แซนตา บาร์บาราจะกลับมาฮิปในเรื่องของอาหารและไวน์อีกครั้ง

อันดับ 3 Santa Barbara

                อันดับ 4 Panama สาธารณรัฐปานามาครองอันดับสี่ เนื่องจากมีรีสอร์ตแนวอนุรักษ์เปิดใหม่ตลอดแนวชายฝั่งด้านแปซิฟิก และเป็นความหรูหราของประเทศที่ก่อนเคยได้ชื่อว่าเป็นแค่ทางผ่าน (ของเรือสินค้า)

อันดับ 4 Panama

                อันดับ 5 Munich เมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ได้รับการยกย่องจากนิวยอร์ก ไทม์สว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนรักวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะการละคร และพิพิธภัณฑ์ระดับสุดยอดของโลก

อันดับ 5 Munich

                อันดับ 6 Eilat สวรรค์แห่งใหม่ในทะเลแดงสำหรับนักประดาน้ำ และเป็นสถานที่จัดงานประกวดยูโรวิชั่นปี 2019 นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป สนามบินราโมนใหม่จะเชื่อมโยงเมืองทางตอนใต้ของอิสราเอลแห่งนี้กับเมืองต่างๆ ของโลกได้ดีกว่าเดิม

อันดับ 6 Eilat

                อันดับ 7 Setouchi Islands หมู่เกาะในเขตจังหวัดโอกะยะมะ กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมกับการเปิดอีกครั้งของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ฮิโรชิมะ เส้นทางจักรยานข้ามฟากจากฮอนชูไปยังเกาะชิโกกุ รวมทั้งเส้นทางบินที่สะดวกขึ้น

อันดับ 7 Setouchi Islands

                อันดับ 8 Aalborg เมืองใหญ่อันดับสี่ของเดนมาร์กเริ่มเปลี่ยนและเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น ออลบอร์กเปลี่ยนลุคใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ตลอดแนวของท่าเรือ ซึ่งมีโถงคอนเสิร์ตใหม่ในภาพ

อันดับ 8 Aalborg

                อันดับ 9 The Azores หรือแคริบเบียนกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้เขียว ทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟ แหล่งน้ำพุร้อน และไร่กาแฟแห่งเดียวของยุโรป พร้อมแล้วที่จะให้นักเดินทางไปค้นพบ

อันดับ 9 The Azores

                อันดับ 10 Ontario Ice Caves ในเดือนกุมภาพันธ์ สภาพลมแรงจะทำให้หิมะและน้ำแข็งบริเวณริมชายฝั่งตอนเหนือของทะเลสาบเปลี่ยนเป็นรูปทรงต่างๆ แต่สภาพภูมิอากาศของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงกำลังจะทำลายศิลปะแห่งธรรมชาติไปทุกเมื่อเชื่อวัน

อันดับ 10 Ontario Ice Caves

                ที่เหลืออีก 42 อันดับ ได้แก่ Zadar-ซาดาร์ และเกาะใกล้เคียงในโครเอเชีย, Williamsburg-เมืองในรัฐเวอร์จิเนีย, Las Vegas-เมืองบาปแห่งเท็กซัส, Salvador-ความงามแบบดั้งเดิมของบราซิล, Danang-ไมอามีของเวียดนาม, Costalegre-เมืองชายฝั่งของเม็กซิโก, Paparoa Track-เส้นทางเดินป่าเขาของนิวซีแลนด์, Puglia-เมืองบาร็อกริมชายฝั่งอะเดรียติกของอิตาลี, Tatra Mountains-เล่นสกีปีนเขาและอื่นๆ ในสโลวัก, Calgary-แคนาดาเพิ่มความน่าสนใจของเมืองด้วยห้องสมุดขนาดมโหฬารแห่งใหม่, Olkhon Island-ธรรมชาติยังงดงามที่ทะเลสาบไบคาล ในรัสเซีย, Huntsvill-ย้อนกลับไปรำลึกถึงอพอลโล 11 ในวาระครบรอบ 50 ปี ในรัฐอลาบามา, Folkland Islands-เข้าถึงง่ายขึ้นและมีนกเพนวิน 5 สายพันธุ์ให้ชม, Aberdeen-ถิ่นกำเนิดวัวพันธุ์ดีและรถไฟโบราณในสก็อตแลนด์, Golfo Paradiso-อัญมณีเม็ดงามที่ริเวียราของอิตาลี,

                Dessau-ร่วมฉลอง 100 ปีของเบาเฮาส์, Tunis-โฉมหน้าใหม่ของโลกอาหรับ ที่เมื่อปีที่แล้วผู้หญิงได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี, Gambia-ฮิปโป ชิมแพนซี และความหวังใหม่ของแอฟริกา, Northern Rivers-ปลายทางแห่งใหม่ของการท่องเที่ยวในนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย, Frisian Islands-หมู่เกาะที่คาบเกี่ยวระหว่างเนเธอร์แลนด์ส เยอรมนี และเดนมาร์ก, New York City-อนุสรณ์ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ พร้อมการรำลึกถึงอดีต, Chongli-สถานที่สำหรับกีฬาฤดูหนาวแห่งใหม่ อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปเพียงสี่ชั่วโมงการเดินทาง, Orcas Island-เกาะขนาดเล็กในวอชิงตันที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยอาหารการกิน, Uzbekistan-พร้อมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหม, Vestlandet-เมืองทางตะวันตกของนอร์เวย์ที่จริงจังกับเรื่องเบียร์เป็นพิเศษ, Lyon-ฟุตบอล ไส้กรอก และอากาศสดชื่น, Doha-เมืองหลวงของกาตาร์ที่กำลังเบ่งบานด้านสถาปัตยกรรม, Batumi-เมืองน่าสนใจริมชายฝั่งทะเลของจอร์เจีย, Marseille-ยังคงเป็นเมืองเด่นของฝรั่งเศส หลังจากเคยได้รับเลือกเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปเมื่อปี 2013, Wyoming-แหล่งรวมประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับผู้หญิง,

                Los Angeles-เหตุผลที่ได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 41 เพราะ Academy Museum Motion Pictures มีกำหนดเปิดในช่วงปลายปี 2019 หลังจากที่มีเหตุให้ต้องเลื่อน, Dakar-โอเอซิสของอิสรภาพในเซเนกัล, Perth-เมืองทางฟากตะวันตกของออสเตรเลียกลับมาบูมอีกครั้งพร้อมกับสิ่งน่าสนใจใหม่ๆ, Hong Kong-หลังจากมีรถไฟความเร็วสูงไปกรุงปักกิ่ง ล่าสุดจีนยังเชื่อมฮ่องกงกับมาเก๊าด้วยสะพานความยาว 55 กิโลเมตรอีกด้วย, Iran-อัญมณีแห่งตะวันออกกลางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยังอยากไปเยือน, Houston-ฟื้นตัวจากภัยเฮอร์ริเคน ‘ฮาร์วีย์’ พร้อมกลับมาทวงตำแหน่งเมืองน่าเที่ยวคืน, Columbus-เมืองแห่งอนาคตใหม่ของอเมริกาในรัฐโอไฮโอ, Plovdiv-เมืองใหญ่อันดับสองของบัลแกเรีย รองจากเมืองหลวงโซเฟีย พร้อมสำหรับการถูกแสงฉายส่อง, Vevey-เมืองริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกได้ด้วยเทศกาลไวน์ ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม, Cádiz-เมืองที่สุกสกาวทางตะวันตกเฉียงใต้ของอันดาลูเซีย ถูกนับเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป, The Elqui Valley-เมืองในหุบเขาฟากตะวันตกของชิลี นอกจากจะเหมาะสำหรับคอไวน์ ยังเหมาะกับคนรักธรรมชาติ และนักส่องดาวด้วย,

                และอันดับที่ 52 The Islands of Tahiti-ต้นกำเนิดของบังกะโลกลางน้ำ ในแปซิฟิกใต้ หรือเฟรนช์ โพลีนิเซีย ในปี 2019 นี้จะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีการขึ้นฝั่งของกัปตันคุก และตามเกาะต่างๆ นอกจากจะมีรีสอร์ตหรูแล้ว ตอนนี้เริ่มมีเกสต์เฮาส์ หรือ Airbnb รวมทั้งสายการบินโลว์คอสต์เปิดให้บริการแล้ว

               

เครดิต: www.nytimes.com

Facebook Comments