เรื่อง : อูน

                ICAN (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons) เป็นกลุ่มคนทำงานกลุ่มเล็กๆ ที่หน่วยงานกระทรวงกลาโหมของประเทศต่างๆ เท่านั้นที่มักคุ้น ปลายทางความฝันของคนทำงานกลุ่มนี้คือ โลกซึ่งปราศจากอาวุธนิวเคลียร์

Ican ระหว่างการประท้วงที่ด้านหน้าสถานทูตอเมริกาในกรุงเบอร์ลิน ปัจจุบัน Ican มีคณะทำงานเข้าร่วม 468 องค์กรใน 101 ประเทศ

                ความคิดฝันของก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในปี 2007 โดยนักเคลื่อนไหวหญิงชาวสวีดิชชื่อ เบอาทรีซ ฟิห์น ปัจจุบันวัย 34 ปี ร่วมกับทีมงานไม่กี่คน มีสำนักงานอยู่ที่เมืองเจนีวา และมีเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ จากทีมงานเล็กๆ เมื่อ 10 ปีก่อน ทุกวันนี้องค์กรของพวกเขากลายเป็ฯเครือข่ายขนาดใหญ่ มีนักกิจกรรมเข้าร่วมทั่วโลกนับพันคนแล้ว

เบอาทรีซ ฟิห์น ประธานคณะกรรมบริหาร Ican ชาวสวีดิช วัย 34 ปี

                เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลในนอร์เวย์ประกาศผลรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2017 ให้เป็นของ Ican จากผลงานการรณรงค์และต่อสู้เพื่อให้อาวุธนิวเคลียร์หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้

                “เราช็อกเหมือนกันตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากออสโล ยังคิดกันอยู่เลยว่าคงเป็นเรื่องตลก” เบอาทรีซ ฟิห์นบอก แต่เมื่อเป็นความจริง เธอและทีมงานรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณ 

เบริต ไรสส์-อันเดอร์เสน จากคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลของนอร์เวย์ ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้กับ Ican

                สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งลงนามและจัดการโดยสหรัฐอเมริกาและรัสเซียนั้น คงมีอยู่ก็จริง ทว่าประเทศมหาอำนาจเล็กๆ อย่างฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร จีน อิสราเอล อินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือไม่เคยให้สัตยาบัน อีกทั้งการลดทอนอาวุธนิวเคลียร์ของ 2 ประเทศมหาอำนาจเองก็ชะงักงันมา 6 ปีแล้ว

เบอาทรีซ ฟิห์น กับสำนักงานที่เจนีวา ซึ่งมีทีมงานเพียง 4 คน

เมื่อ 10 ปีที่แล้วพวกเขามารวมตัวกัน เพื่อร่วมลงนามสัญญาต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ พลังขับเคลื่อนเพื่อโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้มาจากฝ่ายรัฐบาลของประเทศไหน หากแต่มาจากนักกิจกรรมนับพันคนจาก 101 ประเทศ

                ฤดูใบไม้ร่วงปี 2016 เบอาทรีซ ฟิห์นเคยให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี “รัฐบาลของทุกประเทศต่างรู้ว่า การลด-เลิกผลิตอาวุธนิวเคลียร์จะดีต่อโลกแค่ไหน แต่พวกเขาไม่ทำ โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่”

                และโดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีคิมจองอุนของเกาหลีเหนือต่างข่มขู่จะยิงอาวุธนิวเคลียร์ใส่กัน รวมถึงปากีสถานและอินเดีย ที่ต่างก็ไม่ยอมลดราวาศอก

หัวจรวดนิวเคลียร์ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในกรีน วัลเลย์ รัฐอริโซนา “การสังหารมนุษย์นับหมื่นนับพันคนเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ไหม ถ้ายอมรับกันไม่ได้ เราก็ควรจะห้ามมีห้ามผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไม่ใช่หรือ”

ฟิห์น และไมเคิล ดักลาส-นักแสดงและทูต Uno ระหว่างลงนามในสัญญาต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ เดือนกรกฎาคม 2017

                โลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน แต่รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีนี้ยืนยันว่า มนุษยชาติยังสามารถฝันกันได้ต่อไป

เครดิต : Spiegel Online

Facebook Comments