เรื่องและภาพ : แจนยูอารี

               เรียกว่าเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่ถนนลาดพร้าวมายาวนานก็ไม่น่าจะผิด เพราะเมื่อลองไล่อายุขัยของร้านที่เปิดให้บริการ ปีนี้ก็ขยับสู่เลข 4 แบบสวยๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

               ร้านอยู่ริมถนนลาดพร้าวช่วงซอย 99 ติดกับธนาคารกสิกรไทย เป็นตึกแถว 2 คูหา บรรยากาศไม่ได้หรูหราอะไรหรอก แต่ที่แจนยูอารีชอบที่สุดคือ ความสะอาดสะอ้าน ร้านติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่สำคัญอาหารได้ไวมาก แม้ลูกค้าจะเยอะจะแน่นขนาดไหน เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกค้าร้องเพลงรอนานสองนาน

                ที่นี่มีเมนูเวียดนามให้เลือกมากมาย แต่แจนยูอารีก็รักและผูกพันที่จะสั่งซิกเนเจอร์ดิชที่สร้างชื่อให้ร้านนี้ตลอดมา นั่นก็คือ ‘แหนมเนือง’ กับ ‘ข้าวเปียกเส้น‘ มาคนเดียวสั่งชุดเล็ก 3 ไม้ อร่อยเบาๆ เพราะอยากเหลือท้องซดข้าวเปียกเส้นตบท้าย

                เครื่องเคราแหนมเนืองนั้น ประกอบด้วยหมูบดปั้นเป็นก้อนเสียบไม้ย่างไฟ ที่นี่ทำหมูบดได้นุ่มและหอม โดยผสมมันหมูนิดหน่อย เพื่อให้หมูไม่กระด้างเกินไป หั่นมาเสร็จสรรพ เสิร์ฟพร้อมเส้นขนมจีน กล้วยดิบ กระเทียม พริกขี้หนู แตงกวา มะม่วงเปรี้ยว ส่วนมะเฟืองเปลี่ยนเป็นสับปะรดแทน ซึ่งก็ไม่ทำให้เสียรสแบบแหนมเนืองดั้งเดิมแต่อย่างไร แถมเป็นทางเลือกให้คนไม่ชอบมะเฟืองได้ดี และขาดไม่ได้ แผ่นแป้งทำจากข้าว ที่หนองคายจะเรียกว่า ‘แผ่นกะยอ’ แช่น้ำให้พอนุ่ม สำหรับไว้ห่อหมูบดกับผัก คนที่กินแหนมเนืองต้องห่อ ถ้าไม่ห่อแจนยูอารีว่ามันไม่ใช่ กินทีละอย่างยิ่งแล้วใหญ่ ไม่อร่อยเลย 

                อย่าลืมว่าการห่อแหนมเนืองต้องใส่ผักสารพัดในห่อด้วย หลักๆ ก็มีผักกาดหอม สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หรือหอมเป โหระพา ผักชีลาว ผักแพว หรือผักไผ่ กลิ่นฉุนๆ แต่ช่วยให้แหนมเนืองอร่อยสุดๆ มีบ้างที่จะมีเพิ่มผักพื้นบ้านที่หาได้ในแต่ละฤดูกาล อย่างร้านนี้ก็มีผักแขยง หรือผักกะแยง (คนอีสานชอบใส่ในแกงอ่อม) กลิ่นหอมฉุน รสเผ็ดร้อน แต่พอเหยาะน้ำจิ้มหวานนวลๆ ผสมถั่วลิสงบดกับพริกขี้หนูสุกตำละเอียด แจนยูอารีว่าอร่อยเลิศจนลืมกลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดร้อนไปชั่วขณะเชียวละ

                อีกเมนู ‘ข้าวเปียกเส้น’ เรียกตามคนหนองคาย แต่คนทั่วไปจะรู้จักกันในชื่อ ‘ก๋วยจั๊บเวียดนาม’ ข้าวเปียกเส้นที่นี่เส้นแป้งอวบ อ้วน คล้ายเส้นอูด้งเหมือนที่แจนยูอารีเคยกินแถวหนองคาย ต้มมาในน้ำซุปที่นัว (กลมกล่อม) กับกระดูกอ่อนของหมูได้เคี้ยวกรุบๆ และที่ทำให้ข้าวเปียกเส้นอร่อยแบบต้นตำรับ คือ พริกขี้หนูสุกตำละเอียด โรยต้นหอมซอย กระเทียมเจียว คนให้เข้ากัน แค่นี้ก็เป็นอันพร้อมซดและซู้ดได้เต็มปากเต็มคำ

               ไหนๆ ก็มาถึงร้านเวียดนามทั้งที จะไม่ลองลิ้มขนมเวียดนามคงไม่ครบสูตร แจนยูอารีจึงขอปิดท้ายด้วย ‘ขนมโซเซ’ ว่ากันว่าเพี้ยนมาจาก ‘บั๋นซูเซ’ ซึ่งเป็นขนมมงคลโบราณของเวียดนาม เห็นบ่อยๆ ในงานวิวาห์ บ้างก็เรียก ‘ขนมสามีภรรยา’ ที่ประเทศไทยมีให้กินแถวจังหวัดนครพนม คนไทยเชื้อสายเวียดนามยังสืบสานความอร่อยไม่ให้สูญหาย ตัวแป้งสีเขียวหอมใบเตย ใส่ไส้ถั่วเขียวกวนกับมะพร้าว อัดในแม่พิมพ์ รสหวานกำลังดี และได้ความเค็มนิดๆ หนึบเหนียวเคี้ยวเพลิน แจนยูอารีว่าเหมาะจะแกล้มชาร้อน หรือกาแฟดำ รับรองจะหลงรักขนมโซเซจนยากจะลืม

                ร้านวนิดา เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-21.00 น. โทร. (02) 932-3724, (02) 514-1060 

Facebook Comments