PM 2.5 ทำหน้าพัง-หน้าแก่ก่อนวัย? เรื่องจริง VS ข่าวลือ
พญ.นฤมล สิทธิ์บูรณะ หมอผิวหนังที่ลุกขึ้นมาพูดเรื่องฝุ่นพิษก่อนใคร

                คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหญิงคนแรกๆ ของเมืองไทย ที่เปิดประเด็นเรื่อง PM 2.5 ไมครอนกับผลกระทบต่อผิวพรรณตั้งแต่ปี 2557 ในช่วงเวลาที่คนไทยแทบไม่มีใครรู้จักหรือสนใจฝุ่นละอองอนุภาคจิ๋วนี้เท่าไหร่นัก แต่ใช่ว่า PM 2.5 จะเป็นเรื่องใหม่ในพ.ศ.นี้ เพราะที่จริงมันล่องลอยอยู่ในอากาศและส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนเรามาหลายสิบปีแล้วล่ะ!

                 คนไทยต้อนรับศักราชใหม่ในปี 2562 ด้วยยามเช้าที่หมอกหม่นห่มคลุมทั่วเมืองใหญ่ พร้อมกับการตื่นตัวเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยไม่ต้องรอผ่อนส่ง บางคนถึงกับไอเป็นเลือด บ้างผื่นคันทั้งตัว ภูมิแพ้กำเริบ และเจ็บป่วยด้วยอาการแปลกๆ ทว่าฝุ่นละอองไม่ได้นำพาแค่กระแสการสวมหน้ากากเท่านั้น มันยังพัดพาเอาข่าวลือเกี่ยวกับอันตรายมหาศาลจาก PM 2.5 และถูกตีฟูจนน่ากลัวเกินจริง พญ. นฤมล สิทธิ์บูรณะ, American Board of Anti-Aging, Board of Dermatology และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแห่ง Bontcare Clinic พร้อมสยบทุกข่าวลือ ด้วยข้อมูลที่เธอรู้ลึก รู้จริง และไม่อิงการตลาด  

พญ. นฤมล สิทธิ์บูรณะ, American Board of Anti-Aging, Board of Dermatology

PM 2.5 ทำหน้าแก่-หน้าพังจริงหรือ?

               “ก่อนอื่นหมอขออธิบายคำว่า “PM 2.5” ย่อมาจาก Particulate Matters ขนาด 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดงของคนเราที่มีขนาด 7 ไมครอน มันจึงซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ฝุ่นพิษชนิดนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะคนที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ คนท้อง และผู้ป่วยโรคหัวใจ ซึ่งจริงๆ แล้วฝุ่นละอองชนิดนี้ไม่ได้มีแค่ในฤดูหนาวเท่านั้น มันมีทุกฤดูกาลอยู่แล้วค่ะ  

              “ทีนี้ PM 2.5 กระทบกับผิวหนังของคนเราอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่า ผิวหนังของคนเรามีชั้นหลักๆ คือชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ โดย PM 2.5 สามารถละลายในไขมันและน้ำมันที่หล่อเลี้ยงผิวหนังได้ดี ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อซึมลงสู่ชั้นผิวแล้วมันเข้าไปเกาะบริเวณใดของผิวหนัง เช่น ถ้าไปเกาะชั้นหนังกำพร้าที่มีเส้นเลือดฝอย มันจะทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบและมีอนุมูลอิสระ ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวออกมาขจัดของเสีย ช่วงนั้นจะทำให้ผิวเซนซิทีฟและเกิดการระคายเคืองเง่าย เช่น ผื่นคัน ผิวอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ที่ทำให้เกิดฝ้า กระ และผิวหมองคล้ำ หากเกิดการอักเสบบริเวณต่อมไขมันจะทำให้เกิดสิวผดหรือสิวอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบนานๆ ร่างกายก็จะปล่อยเม็ดเลือดขาวต่อเนื่อง ซึ่งเม็ดเลือดขาวจะผลิตเอ็นไซม์ตัวหนึ่งที่สามารถทำลายเชื้อโรคและคอลลาเจนในผิวได้ ขณะเดียวกันมันก็อมพิษเอาไว้ในตัวจึงทำให้ผิวมีริ้วรอยและแก่ก่อนวัยนั่นเองค่ะ”

ต้องโดนฝุ่นละอองนานแค่ไหนผิวถึงจะพัง?

               “ขึ้นอยู่กับความเซนซิทีฟของร่างกายและผิวของแต่ละคน อย่างคนที่เป็นภูมิแพ้ ผิวเซนซิทีฟ และผิวแพ้ง่ายอยู่แล้วก็จะได้รับผลกระทบเร็วกว่าคนทั่วไป เพราะการตอบสนองต่อการแพ้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางอย่างอาจจะเกิดแบบเฉียบพลันขณะที่บางคนอาจใช้ระยะเวลา อย่างไรก็ดีร่างกายของเราจะได้รับการกระตุ้นจากฝุ่นละอองไปเรื่อยๆ จนเริ่มอ่อนแอลง อาการแพ้ต่างๆ ก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น โดยตัวของ PM 2.5 จะส่งผลกระทบต่อผิว 4 สเต็ป เริ่มจากเกิดผื่นคัน สิว กระ-ฝ้า และมีริ้วรอยร่องลึก ส่วนคนที่รู้สึกว่า ฉันยังไม่มีอาการแพ้อะไรเลยนะ แต่จริงๆ แล้วผิวของคุณกำลังสะสมพิษไปเรื่อยๆ ดังนั้นควรจะป้องกันไว้ก่อนดีกว่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไรเลย การที่เราใช้ชีวิตในเมืองยังไงก็เจอมลพิษอยู่แล้ว”

การแต่งหน้า รองพื้นแน่นๆ ช่วยป้องกันผิวจากฝุ่นละอองได้?

              “ไม่เกี่ยวเลยค่ะ เพราะเมคอัพที่ใช้ส่วนใหญ่มีเบสของน้ำมัน ยิ่งนำพา PM 2.5 และฝุ่นละอองซึมลงไปในผิวง่ายขึ้นไปอีก เพราะมันละลายในน้ำมันได้ดี”

คนฉีดโบท็อกซ์ + ฟิลเลอร์ เจอ PM 2.5 หน้าพัง?

               “เอกสารและการศึกษาเรื่องผลกระทบของ PM 2.5 กับผิวมีเยอะมากค่ะ แต่ไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนเลยในต่างประเทศและเมืองไทยที่ระบุว่า คนฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษชนิดนี้ ต่อให้คุณฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเกิดอาการคันจนอยากจะเกาแรงๆ มันก็ไม่เบี้ยวแน่นอน เพราะฟิลเลอร์ไม่ใช่จะบิดเบี้ยวกันง่ายๆ ขนาดหมอยังต้องออกแรงกดเลยนะคะ”

แล้วจะปกป้องผิวจากมลภาวะและ PM 2.5 ยังไงดี?

               “กลับถึงบ้านให้รีบล้างหน้าและอาบน้ำให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เมคอัพผสมกับฝุ่นละอองสะสมตกค้างบนผิว สองคือพยายามทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดด เพราะการทาครีมบำรุงจะเพิ่มความชุ่มชื่นเหมือนเติมน้ำให้ผิวสามารถเจือจางสารพิษหรือสิ่งสกปรกได้ดีขึ้น และช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น เปรียบเทียบง่ายๆ กับคนที่มีผิวแห้งแล้วไม่บำรุง เวลามีผื่นขึ้นที่หน้าก็จะเป็นนานเพราะผิวขาดความชุ่มชื่น ยิ่งถ้าต้องออกข้างนอกก็ต้องปกป้องด้วยครีมกันแดด อย่างที่สามหมอแนะนำให้มาสก์หน้าเพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและ PM 2.5 ออกจากผิว ควรเลือกส่วนผสมของ Glycofilm , EXO-P ที่ช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง แต่ถ้าผิวทำตามขั้นตอนนี้แล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังค่ะ

               “สำคัญที่สุดควรดูแลเรื่องอาหาร เพื่อช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย แนะนำให้กินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำมากๆ และลดของหวาน เพราะของหวานจะเพิ่มอนุมูลอิสระในเลือดได้ รวมถึงสารแทนความหวานก็ควรหลีกเลี่ยง พยายามหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชนที่มีฝุ่นควัน การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของควันรถยนต์ ควันบุหรี่ก็มี PM 2.5 นะคะ ขณะที่ต่างประเทศตื่นตัวเรื่องฝุ่นละอองกันมาก แต่คนไทยให้ความสนใจเรื่องนี้น้อยมาก ทั้งที่มันสะสมในร่างกาย เช่น ทางเดินหายใจ ปอด และผิวหนังได้”

 

Facebook Comments