4 เคล็ดลับบ้านสะอาด ไร้ฝุ่นควันสะสม
ปกป้องครอบครัวจากสภาพอากาศเลวร้าย
เครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000 มีเทคโนโลยี AeraSense
เซนเซอร์ตรวจจับปริมาณอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในอากาศ แสดงผลเป็นตัวเลขแบบเรียลไทม์

                เมื่อกล่าวถึงปัญหาสุขภาพของคนเมือง สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด คงจะไม่พ้นสภาพอากาศเลวร้าย มีฝุ่นควันสะสมเกินมาตรฐานที่คนเมืองกรุงต้องเผชิญอยู่ ยังไม่นับ ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย มลพิษบนท้องถนน และสภาพแวดล้อมที่แออัดของชุมชน การรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมภายในบ้านจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดี  

                โดยเฉพาะบ้านในปัจจุบันที่มีการตกแต่งบ้านด้วยพรมเป็นที่นิยมและมีการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เชื้อไรฝุ่นจึงเจริญเติบโตได้ดี รวมถึงการนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ซึ่งจากสถิติล่าสุดของสมาคมโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทยพบว่า เด็กไทยกว่าร้อยละ 38 และผู้ใหญ่ร้อยละ 20 เป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึง 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา

                นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ได้แนะแนวทางการรักษาความสะอาดภายในบ้านแบบง่ายๆ ว่า ควรนำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดดทุก 15 วัน, เปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง, ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ ใบพัดลมและพรมทุกสัปดาห์, กรณีแพ้ขนสุนัขหรือขนแมวให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาด ไม่อับชื้น ปราศจากเศษอาหาร เป็นต้น” [1] ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค จึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลรักษาความสะอาดภายในบ้านอย่างถูกหลักอนามัยมาฝากกัน

  1. นำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดด

                เครื่องนอนเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย เชื้อโรค เหงื่อ และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของไรฝุ่นที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามทั้งๆ ที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้เวลาในการนอนนานที่สุด การซักเครื่องนอนด้วยเครื่องซักผ้าอย่างเดียวอาจไม่สามารถช่วยขจัดไรฝุ่นทั้งหมดได้ เพราะไรฝุ่นส่วนใหญ่ฝังอยู่ในที่นอนหรือฟูกหนาๆ ที่ยากจะเข้าถึง ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องขจัดไรฝุ่นพัฒนาไปมาก ยกตัวอย่างเช่น เครื่องขจัดไรฝุ่น Philips Mite Cleaner FC6230 ที่มีฟังก์ชั่นทำความสะอาด 3 ขั้นตอน ด้วยการตีฝุ่นเพื่อเอาฝุ่นที่ฝังอยู่ลึกออกมาจากใยฟูก ดูดฝุ่นด้วยพลังดูดสูง และฆ่าเชื้อด้วย UV พร้อมแผ่นกรอง HEPA ที่สามารถจับไรฝุ่นอนุภาคเล็ก ได้รับการรับรองจาก The British Allergy Foundation ว่าสามารถลดอาการโรคภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. เปิดให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง

                เนื่องด้วยสภาพอากาศในประเทศไทยมีลักษณะร้อนอบอ้าว ทำให้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน การปิดบ้านและเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้สารเคมีและฝุ่นละอองที่อยู่ภายในบ้านเติบโตได้ดี ขณะเดียวกันการเปิดหน้าต่างระบายอากาศก็เป็นช่องทางให้ฝุ่นและมลภาวะเข้ามาในบ้าน เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นตัวช่วยที่สามารถลดปัญหาฝุ่นละอองภายในบ้าน เครื่องฟอกอากาศบางประเภทสามารถรายงานผลสภาพอากาศได้ เช่น เครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000 ที่มีเทคโนโลยี AeraSense เซนเซอร์ตรวจจับปริมาณอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในอากาศ แสดงผลเป็นตัวเลขแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้ถึงร้อยละ 99.97  

  1. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ ใบพัดลมและพรมทุกสัปดาห์

                แอร์ ใบพัดลม และพรมในบ้านถือเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ฝุ่น และสิ่งสกปรก โดยเฉพาะพรมเช็ดเท้าที่มีหน้าที่เช็ดความสกปรกออกจากเท้า จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่จะติดเท้า พรมมักทำความสะอาดยากกว่าพื้นธรรมดาและเก็บฝุ่นมากกว่าวัสดุชนิดอื่นในบ้าน การทำความสะอาดโดยง่ายคือ การใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมบ่อยๆ  อาทิ เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้ถุง Philips Bagless Vacuum FC9351 ที่ช่วยคัดแยกฝุ่นและเก็บควบคุมฝุ่นไม่ให้ฟุ้งกระจายด้วย Filter HEPA 10 ดักจับไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ และทำความสะอาดได้ง่าย เป็นต้น และควรนำพรมไปซักไม่ต่ำกว่า 1 ครั้งต่อเดือน

  1. หากมีสัตว์เลี้ยง ต้องดูแลความสะอาดบ้านเป็นพิเศษ

                สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่กายคู่ใจของมนุษย์ แม้เจ้าของจะรักและดูแลความสะอาดของน้องหมาน้องแมวเป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่าสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่ตามองไม่เห็นติดอยู่ตามขน สัตว์เส้นเล็กๆ ก็เป็นอีกสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกัน นวัตกรรมเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Philips Stick Vacuum FC6172 ใช้พลังดูดแรงสูง ที่มาพร้อมฟิลเตอร์ Anti-Allergen 3 ชั้น กำจัดปัจจัยก่อภูมิแพ้ สามารถถอดแยกแบบมือถือพร้อมหัวดูดพิเศษเพื่อตะกุยเส้นขนที่ติดอยู่ตามพื้นผิวนุ่ม เช่น เตียง โซฟา หรือแม้กระทั่งในรถได้ ช่วยลดกังวลปัญหาภูมิแพ้จากขนสัตว์

                การมีสุขภาพที่ดี เริ่มตั้งแต่การป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วย โดยไม่จำเป็นต้องรอมารักษาที่โรงพยาบาล ตั้งแต่การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย รักษาสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีคุณภาพ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนวัตกรรมสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพที่สำคัญที่จะกำจัดฝุ่นควันให้กับสมาชิกในครอบครัวได้

[1] www.thaihealth.or.th/Content/31644-คนไทยป่วยโรคภูมิแพ้ เพิ่ม3-4เท่า.html

Facebook Comments