เรื่อง : อูน

                ปี 1976 สตีฟ วอซเนียก และคู่หู สตีฟ จอบส์ ขายเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกจำนวน 100 เครื่องให้กับพอล เทอร์เรลล์ เพื่อนำเงินไปลงทุนก่อตั้ง Apple Computer พร้อมกับเปิดร้าน Byte Shop ในแคลิฟอร์เนีย

                ทุกวันนี้ วอซเนียก หรือที่มีชื่อเรียกในแวดวงไอทีว่า ‘วอซ’ กลับไม่มีความเชื่อในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เขาเป็นผู้ร่วมวางรากฐาน หากว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรม เพราะเขาคิดว่า อะไรที่ยิ่งใหญ่และแปลกใหม่นั้น แอปเปิลใหญ่เกินกว่าจะปั้นได้

สตีฟ วอซเนียก

                วอซให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสายธุรกิจของ Bloomberg ชี้ให้มองไปที่บริษัทใหญ่ๆ อย่างกูเกิล เฟซบุ๊ก แอปเปิล และไมโครซอฟต์ ที่เคยเปลี่ยนแปลงโลกมาแล้ว “บริษัทเหล่านี้ล้วนก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคนรุ่นหนุ่ม-สาวทั้งนั้น ผมเชื่อว่า นวัตกรรมใหม่ต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นจากบริษัทยักษ์ใหญ่” ด้วยเหตุผลว่า บริษัทยักษ์ใหญ่จะไม่ยอมเสี่ยงคิดค้นอะไรขึ้นใหม่เด็ดขาด       

                ขณะเดียวกัน วอซกลับเชื่อว่า อุปกรณ์อัจฉริยะและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเองในแวดวงเทคโนโลยี จะได้รับความสนใจและต่อยอดขนานใหญ่ เพราะทั้งสองสิ่งนั้นกำลังจะมีอิทธิพลต่อชิวิตประจำวันของมนุษย์ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

สตีฟ วอซเนียก นำขบวนเด็กเกรด 7-8 ถือแลปท็อป Apple Macintosh Power Book ที่เขาขายให้กับโรงเรียน

                และเขายังให้คำตอบที่น่าประหลาดใจด้วยว่า บริษัทที่จะขับเคลื่อนเรื่องนวัตกรรมเป็นหลักก็คือ เทสลา (Tesla)

                “ผมคิดว่า ตอนนี้เทสลามาถูกทางแล้ว และกำลังไปได้ดี พวกเขาเคยประสบความสำเร็จกับงานสุ่มเสี่ยงหลายครั้ง ผมพนันเลยว่า เทสลาจะก้าวมาเป็นที่หนึ่ง”

                เอลอน มัสก์ เจ้าของกิจการเทสลา ไม่เพียงทุ่มเทกับเครื่องจักรกลไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ แต่เขายังนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเองอีกด้วย

                เอลอน มัสก์ ผู้มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี ยังมีอีกกิจการที่ประสบความสำเร็จกับการออกแบบสร้างยานอวกาศมากกว่าองค์การนาซา และสตาร์ทอัพอีกหนึ่งกิจการ ซึ่งทำเกี่ยวกับการผูกโยงอินเตอร์เน็ตเข้ากับสมองของมนุษย์

สตีฟ วอซเนียก และสตีฟ จอบส์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Apple-1

                นาทีนี้น่าจะนับเป็นของเทสลา ตามที่วอซกล่าว

เครดิต : www.huffingtonpost.de

 

Facebook Comments