เรื่อง : อูน

                ในหมู่คนรุ่นหนุ่ม-สาวในตะวันออกกลางกำลังส่งเสียง ถามหาความเป็นจริงที่น่าเศร้าว่า ช่วงเดือนรอมฎอนที่ชาวมุสลิมถือบวชนั้น มันคือช่วงเวลาของการก่อการร้ายหรือ

                รอมฎอน ช่วงเดือนถือศีลอดที่ชาวมุสลิมจะงดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน เพื่อแสดงออกถึงความศรัทธา ซื่อสัตย์ มุ่งหวังความใกล้ชิดกับองค์อัลเลาะห์ และเป็นการย้ำเตือนให้ชาวมุสลิมระลึกถึงความลำบากของคนที่ด้อยโอกาสกว่า

                ในขณะที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่มีทัศนคติและความคิดเพ้อฝันในทางตรงกันข้าม กลับถือโอกาสเอาช่วงเวลาสำคัญทางศาสนาเพื่อก่อการร้ายโจมตี

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับตั้งแต่กลุ่ม “รัฐอิสลาม” หรือ IS บุกยึดพื้นที่ของซีเรียและอิรักได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2013 สถิติการก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้น มีผู้คนถูกสังหารนับสิบนับร้อยในแทบทุกวัน ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่ของผู้ก่อการร้ายทั่วโลกเป็นชาวมุสลิม (Global Terrorism Database) 

                บางทีอาจจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมรอมฎอนของปีนี้จึงมีเรื่องราวทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

                ในตะวันออกกลาง ยามนี้มีคลิปมิวสิกวิดีโอแพร่กระจายในโลกออนไลน์ มันถูกจัดทำขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงและการก่อการร้าย เนื้อร้องของเพลงที่นักแสดงในมิวสิกวิดีโอแสดงถึงการต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง ที่หมายจะก่อการร้ายด้วยการใช้ระเบิดฆ่าตัวตาย ในคลิปยังมีการปรากฏตัวของผู้คนซึ่งเคยเป็นเหยื่อในเหตุการณ์โจมตีของมุสลิมหัวรุนแรง อย่างเช่นอดีตเจ้าสาวชาวจอร์แดน ผู้รอดตายจากระเบิดสังหารในวันแต่งงานของเธอ

                แต่ความเกลียดชังต่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายในมิวสิกวิดีโอ ถูกแปลความให้เป็นความรักและความเข้าใจ

                “ขอจงระเบิดความบ้าคลั่งด้วยความเป็นจริง ขอจงระเบิดความเกลียดชังด้วยความรัก…”

 

                มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในวันเริ่มต้นรอมฎอน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้มียอดผู้เข้าชมแล้ว 3 ล้านกว่าวิว นับเป็นการปลุกกระแสการตื่นตัวในหมู่ชาวมุสลิม ให้มีสติ และพร้อมที่จะปฏิเสธความรุนแรง ซึ่งปกติแล้วผู้ก่อการร้ายอย่างกลุ่มไอเอสมักประสบความสำเร็จกับการทำสื่อโฆษณาชวนเชื่อในโลกออนไลน์ เพื่อชักจูงคนรุ่นหนุ่ม-สาวให้หลงคล้อยตามไปกับภาพ “ชีวิตสวยงาม” ในสงคราม

                เบื้องหลังมิวสิกวิดีโอคลิปนี้มีผู้สนับสนุนเป็นผู้ประกอบการสัญญาณโทรศัพท์มือถือจากคูเวต บทเพลงขับร้องโดยฮุสเซน อัล-จัสมี ป๊อปสตาร์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีคำพูดเตือนใจผู้ก่อการร้ายในคลิปวิดีโอด้วยว่า การฆ่าผู้อื่นและตนเองนั้นเป็นบาป

                “เจ้ามาในนามของความตาย ทว่าท่าน (หมายถึงองค์อัลเลาะห์) คือผู้สร้างชีวิต”

เครดิต : www.bento.de

Facebook Comments