เมื่อไม่นานมานี้ ไนกี้ผู้นำนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกได้เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลไนกี้เทียมโป้ เลเจนด์ 7 เพิ่มความกระชับที่มากกว่าเดิม เสริมให้รองเท้าพอดีกับเท้าของผู้สวมใส่ตลอดเวลาและยังมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบายกว่ารองเท้ารุ่นก่อนถึง 22%

                รองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้ของไนกี้และบรรดาเหล่านักฟุตบอลที่สวมใส่รองเท้าตระกูลนี้ มีความคล้ายคลึงกันอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือภาพลักษณ์หรือรูปแบบการเล่นฟุตบอลที่ดูเรียบง่ายแต่น่าทึ่ง “รองเท้าตระกูลเทียมโป้มีจุดเด่นที่การใช้หนังระดับพรีเมี่ยมเป็นวัสดุหลัก อย่างไรก็ดี เราผสมผสานเส้นใยฟลายนิต (Flyknit) ในรองเท้ารุ่นเทียมโป้ เลเจนด์ 7 (Tiempo Legend 7) ด้วย เพื่อเสริมความกระชับและช่วยให้รองเท้าพอดีกับเท้าของผู้สวมใส่ตลอดเวลา” เวียนเน่ เดอ มอลโกลฟิเย่ร์ (Vianney De Montgolfier) นักออกแบบของไนกี้ฟุตบอลกล่าว

เซร์คิโอ ราโมส(Sergio Ramos) กองหลังชาวสเปน กำลังสวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นเทียมโป้ เลเจนด์ 7 (Tiempo Legend 7)

                ซึ่งผลลัพธ์ของการสร้างสรรค์นี้ คือ รองเท้าฟุตบอลที่ให้ความรู้สึกกระชับขณะสวมใส่มากกว่าเดิมและยังมีน้ำหนักเบาลงกว่ารองเท้าตระกูลเทียมโป้รุ่นก่อนหน้าถึงร้อยละ 22

                เส้นใยฟลายนิต (Flyknit) ที่ไนกี้นำมาใช้ในรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะถูกห่อหุ้มตั้งแต่ส่วนกลางเท้าของผู้สวมใส่เป็นเสมือนโครงสร้างชั้นนอกของเส้นใยฟลายวายร์ (Flywire) ที่ผู้สวมใส่สามารถปรับความกระชับได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ไนกี้ยังใช้เส้นใย ฟลายนิตที่ทั้งยืดหยุ่นและนุ่มที่บริเวณลิ้นของรองเท้าเพื่อช่วยปกป้องส่วนหน้าเท้า โดยเส้นใยฟลายนิตนี้ยังช่วยรักษารูปทรงของรองเท้าให้คงที่อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ไนกี้ยังพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อป้องกันมิให้วัสดุหนังบริเวณนิ้วเท้ายืดออกจนเสียรูป คือ นวัตกรรมฟิต-เมซ (Fit-Mesh) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรองเท้าเทียมโป้ เลเจนด์ 7

               “นวัตกรรมฟิต-เมซ (Fit-Mesh) เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการถักเส้นใยให้เกาะกันแน่นเหมือนของเล่นโบราณอย่างปลอกนิ้วแบบจีน กล่าวคือ นวัตกรรมนี้จะรัดตัวแน่นขึ้นตามแรงกด” คุณมองโกลฟิเย่ร์อธิบาย “เส้นใยนี้จะผสานตัวอยู่กับเส้นใยที่ประกอบเป็นตัวรองเท้า ซึ่งมีลักษณะนูน มิใช่ที่หนัง เส้นใยนี้จะรับแรงกดและการเคลื่อนที่ของเท้า รวมทั้งช่วยรักษารองเท้าให้คงรูปแทนที่หนังอีกด้วย”  

                 นวัตกรรมฟิต-เมซ (Fit-Mesh) ช่วยเสริมสมดุลให้รองเท้า อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่เอื้อให้ไนกี้ออกแบบรองเท้าให้มีรูปลักษณะแบบไร้รอยฝีเข็มและทำให้ผิวสัมผัสนุ่มตลอดตัวรองเท้า นอกจากนี้ ไนกี้ยังเสริมชั้นโฟมบางๆ ไว้ใต้ชั้นหนังเพื่อช่วยการจับและควบคุมลูกบอล อีกทั้งยังช่วยเสริมการระบายอากาศอีกด้วย

                 “รองเท้าเทียมโป้รุ่นล่าสุดให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมเมื่อส่วนหนังสัมผัสกับลูกบอล เพราะบริเวณส่วน Strike Zone ที่สัมผัสกับบอลนั้นไม่มีรอยฝีเข็มเลย” คุณมองโกลฟิเย่ร์กล่าวเพิ่มเติม นอกจากส่วนหน้าเท้าที่มีคุณสมบัติเด่นมากมายแล้ว รองเท้าเทียมโป้ เลเจนด์ 7 (Tiempo Legend 7) ยังมีการเสริมวัสดุที่มีผิวสัมผัสนุ่มบริเวณส้นเท้า ช่วยเสริมความกระชับและเสริมการระบายอากาศให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

                  รองเท้ารุ่นเทียมโป้ เลเจนด์ 7 (Tiempo Legend 7) ยังเป็นรองเท้ารุ่นแรกที่ไนกี้เลือกใช้นวัตกรรมใหม่อีก 1 อย่าง คือ นวัตกรรมพื้นรองเท้าแบบไนกี้ไฮเปอร์สตาบิลิตี้ (Nike Hyperstability) ซึ่งรองรับการเคลื่อนที่ในทุกทิศทางและช่วยลดน้ำหนักของรองเท้าลงไปได้ถึง 60 กรัม พื้นรองเท้าแบบล่าสุดนี้ผสานปุ่มสตั๊ดทรงกรวยที่มีปลานแหลม ปุ่มสตั๊ดทรงเชฟร่อน และปุ่มสตั๊ดทรงแบนไว้ในตัว การจัดเรียงปุ่มสตั๊ดในรองเท้ารุ่นนี้นั้นเกิดจากการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดด้วยนวัตกรรม FEA (Finite Element Analysis)

                   เพื่อยกระดับรองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้ให้ทันสมัยขึ้น ไนกี้ยังเสริมตราสัญลักษณ์ใหม่ของรองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้ไว้ที่ส้นเท้า คุณมองโกลฟิเย่ร์เล่าว่า “จากรุ่นสู่รุ่น รองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้เป็นรองเท้าที่นักฟุตบอลจำนวนมากชื่นชอบและยกเป็นสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ การพัฒนารองเท้าที่มีแฟนๆ จำนวนมากเช่นนี้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราเลือกใช้ช่วยส่งเสริมและปรับแต่งคุณสมบัติต่างๆ ที่นักฟุตบอลทุกระดับชื่นชอบ นอกจากนี้เรายังลดน้ำหนักของรองเท้าลงได้เป็นอย่างมากด้วย”

                    รองเท้าฟุตบอลไนกี้ เทียมโป้ เลเจนด์ 7 จะวางจำหน่ายที่ร้าน Ari Football Concept Store ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม เป็นต้นไป ในราคา 7,900 บาท

Facebook Comments