เรื่องและภาพ : ขาว-ดำ

                ชายหนุ่มร่างสันทัด ไว้หนวดเคราคนนี้ ไม่ได้นับเป็นตัวพ่อของธุรกิจ AIRBNB หากแต่เขามีโอกาสเรียนรู้จักธุรกิจนี้ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในเมืองไทย

                กฤษณ์ อนรรฆกุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านประสบการณ์การทำงานด้านโฆษณา รายการทีวี จนถึงด้านการตลาด รวมเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะผละออกจากคอมฟอร์ต โซนในฐานะมนุษย์เงินเดือน มาเริ่มต้นกับธุรกิจส่วนตัว

                เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่เริ่มทำธุรกิจห้องพัก AIRBNB เขาใช้ห้องพักคอนโดมิเนียมของตนเองเป็น Property ควบคู่ไปกับเรียนรู้เรื่องของกาแฟ จนเมื่อมาลงทุนเช่าอาคารเพื่อเปิดใช้เป็นห้องพัก AIRBNB เพิ่มเติม จึงอาศัยพื้นที่ว่างชั้นล่างของอาคารทำเป็นร้านกาแฟ ใช้ชื่อ Sleep Industry Bed & Coffee ในย่านถนนสุขุมวิทใจกลางเมือง

                รู้จัก AIRBNB จากประสบการณ์ของตัวเองตอนไปเที่ยวอิตาลี ที่เลือกใช้บริการห้องพักแบบนี้ เพราะอยากรู้ว่ามันมีความแตกต่างจากการไปพักค้างโรงแรมอย่างไรบ้าง ตอนนั้นกลุ่มผมไปกันเป็นกรุ๊ป เราอยากได้พื้นที่ที่สามารถแฮงก์เอาต์ วางแผนการเดินทาง หรือกิจกรรมทำอาหารร่วมกันได้ ซึ่งถ้าพักในโรงแรมคงทำไม่ได้ และห้องพัก AIRBNB ที่เราเลือกใช้สามารถรองรับกลุ่มเราได้

                จาก 3,500 Account เมื่อห้าปีที่แล้ว ตอนนี้เพิ่มเป็น 1 แสน ตอนที่ผมเริ่มทำใหม่ๆ ในเมืองไทยตอนนั้นมีผู้ให้บริการอยู่ไม่เกิน 3,500 Account นะครับ แต่ที่อัพเดทล่าสุด ตอนนี้ในเมืองไทยมีกิจการ AIRBNB อยู่ราวๆ 1 แสน Account แล้ว และมีการแข่งขันกันค่อนข้างเยอะด้วย

                เริ่มจากห้องประชุมสัมมนา ช่วงที่ AIRBNB เพิ่งเข้ามาในเมืองไทย เขาจัดประชุมสัมมนาสำหรับใครที่สนใจจะทำธุรกิจนี้ หรือใครที่ต้องการรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ของ AIRBNB เช่นวิธีการทำงานเป็นอย่างไร สำนักงานประจำภูมิภาคของ AIRBNB จะอยู่ที่สิงคโปร์ แต่เขาจะมีตัวแทนมาจัดสัมมนาทุกๆ 4 เดือน

                ขั้นตอนการเข้าร่วมธุรกิจบริการห้องพัก ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่า เรามี Property แบบไหน ใน AIRBNB ไม่ได้จำกัดว่าคุณต้องมีห้องพักในคอนโดมิเนียม หรือเป็นบ้าน ไอเดียต้นแบบเขาเริ่มจากการประกาศลงอินเตอร์เน็ตว่า เขาเปิดให้คนมาเช่าตัวโซฟาในห้องของเขา ใครก็ได้สามารถมานอนโซฟาของเขาได้ ในราคาคืนละเท่านั้นเท่านี้ แล้วบังเอิญว่ามีคนสนใจติดต่อไปจริงๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ AIRBNB

                ความจริงแล้วใน AIRBNB มีให้เช่าตั้งแต่เกาะส่วนตัว ให้เช่าเรือก็มี อันนี้เราก็ดูว่าเรามี property อะไรที่จะให้เช่า ของผมคือห้องคอนโดฯ ขั้นตอนแรกผมก็ถ่ายภาพห้อง อาณาบริเวณ มันเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ของเรา คนที่จะมาจองกับเราคือเขามองเห็นจากรูปภาพของเราก่อน ฉะนั้นเราต้องถ่ายรูปมุมต่างๆ ของห้อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง เราสามารถจัดหาอะไรให้เขาได้บ้าง มีครัว มีห้องน้ำกี่ห้อง วิธีการเดินทาง สภาพแวดล้อมโดยรอบ อยู่ใกล้ตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตไหม หรืออยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะอะไรบ้าง

                พอได้รูปมีข้อมูลเสร็จสรรพ เราก็อัพลงเว็บไซต์ของ AIRBNB ขั้นตอนการสมัครก็เหมือนการเปิด Account ในเฟซบุ๊กเลยครับ มีการตั้งโปรไฟล์ ตั้งชื่อ บอกรายละเอียดต่างๆ เช่นว่า ห้องพักของเราสามารถรับรองลูกค้าได้กี่คน จำนวนวันขั้นต่ำในการเข้าพัก แล้วก็ราคา ที่เราสามารถกำหนดได้เองตามความต้องการของเรา

                ถ้าเราไม่สะดวกถ่ายรูปอัพลงเอง ทาง AIRBNB จะมีบริการหนึ่งคือ สามารถใช้บริการช่างภาพของทางเว็บไซต์ AIRBNB มาถ่ายให้ พร้อมๆ กับการสำรวจดูว่า มันมีสถานที่ที่แจ้งไว้จริง แล้วรูปที่ทางเว็บไซต์ถ่ายให้ เวลาโพสต์ลงจะเห็นลายน้ำในรูป บ่งบอกว่ามีคนไปตรวจเช็คดูแล้วว่ามีสถานที่นี้อยู่จริง สภาพห้องพักเป็นแบบนี้จริง

                รายได้จากบริการห้องพัก ทาง AIRBNB จะคิดค่าธรรมเนียมจากโฮสต์หรือเจ้าของ Property ในอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ จากราคาค่าห้อง และจะมีการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าล่วงหน้าเวลาจอง พร้อมบวกค่าธรรมเนียมบริการเพิ่มอีก 13 เปอร์เซ็นต์ เจ้าของ Property จะได้รับเงินโอนจาก AIRBNB ในวันที่ลูกค้าเข้าเช็กอิน

                โฮสต์สามารถปฏิเสธลูกค้าไม่น่ารักได้ ในเว็บไซต์ของ AIRBNB จะมีการรีวิว ทั้งจากลูกค้าว่ามาใช้บริการแล้วรู้สึกอย่างไร ส่วนโฮสต์ก็สามารถรีวิวได้เหมือนกันว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการนั้นเป็นอย่างไร คนไหนมาพักแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง สามารถตรวจสอบประวัติลูกค้าจากรีวิวได้ และเราสามารถปฏิเสธได้ด้วย แต่กรณีของผม ผมแทบไม่มีการปฏิเสธลูกค้าเลยครับ

                กรณีเกิดความเสียหายขึ้นกับ Property ทาง AIRBNB มีระบบอย่างหนึ่งคือ ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาในระหว่างการเข้าพักของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ทำประตูพัง ถ้าลูกค้าแจ้งเอง และสามารถเจรจากับเจ้าของ Property เองได้ ก็โอ.เค. แต่ถ้าลูกค้าเช็กเอาต์ออกไปโดยไม่ได้แจ้ง เราสามารถแจ้งไปทาง AIRBNB ได้ว่า ลูกค้าคนนั้นคนนี้ทำทรัพย์สินเสียหาย ทาง AIRBNB จะทำการสืบสวน และถ้ามีการยอมรับของลูกค้า ทางแอดมินก็จะชดใช้ให้เจ้าของ Property จากเงินประกัน อันนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดอีกว่า ทรัพย์สินเสียหายมากน้อยแค่ไหนนะครับ

                ปัญหา AIRBNB ในคอนโดมิเนียม ตอนนี้ผมไม่ได้หา Property สำหรับทำ AIRBNB ที่เป็นคอนโดฯ อีกแล้วครับ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมันบูมมาก จนเกิดกรณีว่า เกือบทุกโครงการของคอนโดฯ ช่วงหลังมักเกิดเรื่องขัดแย้งระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่น กับเจ้าของห้องที่ทำธุรกิจ AIRBNB เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นห้องพักรายวัน ไม่มีความปลอดภัย หรือต้องให้คนแปลกหน้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับเขา ตอนนี้มีคอนโดฯ หลายแห่งที่แอนตี้บริการ AIRBNB

               ถามว่าเป็นธุรกิจที่คุ้มค่ากับการลงทุนไหม  ถ้าคุณมีห้องคอนโดฯ 35 ตารางเมตรสักห้องหนึ่ง ระหว่างการให้เช่าแบบสัญญารายปี กับการทำเป็นห้องเช่า AIRBNB ผมว่าการให้เช่ารายปี ความเสื่อมความโทรมของห้องจะเยอะกว่าการให้เช่าชั่วคราว ไหนจะเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่อยู่ใน Property ของเราอีกที่ทรุดโทรมเร็วกว่า อันนั้นคือข้อดีที่ผมรู้สึก อีกอย่างรายได้จากการให้เช่ารายวันมันเยอะกว่า และเราสามารถมาร์กอัพราคาได้ด้วย

               AIRBNB Experience คือคอนเทนต์ใหม่ นอกเหนือจากบริการห้องพักแล้ว ตอนนี้ AIRBNB มีคอนเทนต์ใหม่ชื่อ AIRBNB Experience ด้วยครับ เป็นการขายประสบการณ์ในหนึ่งวัน คล้ายบริการทัวร์ แต่มันไม่จำกัดอยู่เฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยว มันเปิดรับทุกอย่าง ไม่ว่าตระเวนกิน บาร์ฮ็อปปิ้ง มวยไทย พาไปทัวร์ตลาด คอนเทนต์นี้เพิ่งเริ่มมีเมื่อปีที่แล้ว มีคนไทยที่ทำคอนเทนต์นี้ราว 80 Account เองครับ แต่ตัวคอนเทนต์นี้ต้องมีการ approve จากทาง AIRBNB ก่อน ต้องส่งโปรไฟล์ เขียนรายละเอียดแจ้งว่าจะมีบริการอะไรให้กับลูกค้าบ้างในหนึ่งวัน แต่ผมยังไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับคอนเทนต์นี้อย่างละเอียดนะ เลยไม่รู้ว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง รู้แต่ว่าหลายๆ โปรแกรมราคาค่อนข้างสูง สูงกว่าราคาห้องพักรายวันด้วยซ้ำ

               ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการได้ต้อนรับลูกค้านะ ผมชอบทุกครั้งเวลาที่ผมต้องทำห้องใหม่ อย่างเวลารีโนเวตห้อง มันทำให้เราได้คิด ได้ดีไซน์ วางโปสเซสในการใช้ชีวิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักกับเรา คือพอเขามาถึง เราสามารถบอกเขาได้ว่า ถ้าคุณมีเด็กหรือลูกมาด้วย คุณสามารถพาเขาไปที่นั่นที่นี่ได้ เรามีการโปรไวด์ในเรื่องของอุปกรณ์เฉพาะเจาะจงอย่างที่โรงแรมอื่นไม่มี และเรารู้สึกว่าเราสามารถทำให้เขามีความสุขในช่วงเวลาที่เขามาเที่ยวได้ มันก็เป็นความรู้สึกดีสำหรับเรา การทำให้เขารู้สึกประทับใจ และนึกถึงเราเมื่อกลับไปบ้านแล้ว ผมว่ามันมากกว่าการทำธุรกิจนะ

               เรื่องการทำงานประจำผมแทบจะไม่คิดแล้วครับ ผมทำร้านกาแฟ ทำ AIRBNB ไปเรื่อยๆ ผมก็คิดว่านี่มันก็กลายเป็นงานประจำไปแล้วเหมือนกัน อย่างน้อยผมก็มาดูร้านทุกวัน ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ยึดติดกับเวลาสักเท่าไหร่ ช่วงที่ทำงานประจำก็เหมือนมีการปรับตัวระดับหนึ่ง แต่พอไม่ต้องทำงานประจำแล้ว ผมรู้สึกว่าผมไม่ต้องปรับตัวมากเท่าไหร่

               เหมือนสามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมได้เร็วกว่าปกติ

Facebook Comments