เรื่อง : อูน

               ก่อนที่ บาบา วันกา หญิงตาบอดชาวบัลแกเรียน จะเสียชีวิตในปี 1996 เธอได้ทำนายชะตาโลกไว้จนถึงปี 5079…ปีที่ย้ำว่า โลกใบนี้จะดับสูญ

บาบา วันกา

                คำพยากรณ์ของเธอหลายต่อหลายสิ่งเป็นจริง นับตั้งแต่คำทำนายว่า ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกามาจากเผ่าพันธุ์แอโฟร-อเมริกัน ซึ่งจะเป็นคนแรก คนเดียว และคนสุดท้าย กระทั่งบารัก โอบามาก้าวขึ้นรับตำแหน่งนั้นจริง เหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 เธอก็เคยกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1989 รวมทั้งการถอนตัวของอังกฤษออกจากประชาคมร่วมยุโรป (Brexit) หรือการแผ่อำนาจของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) เธอก็เคยพูดเตือนไว้ก่อนหน้าทั้งสิ้น

                สำหรับการพยากรณ์ชะตาโลกปี 2018 นั้น มี 2 กรณีใหญ่ๆ ที่สื่อทั่วโลกให้คะแนนว่าเกิดขึ้นจริงสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ หนึ่ง- ในปีนี้จีนจะกลายเป็นประเทศมหาอำนาจแทนที่สหรัฐอเมริกา และสอง-จะมีการค้นพบพลังงานรูปแบบใหม่บนดาวพระศุกร์

โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวขึ้นมาแทนที่บารัก โอบามา ประธานาธิบดีเผ่าพันธุ์แอโฟร-อเมริกันตามคำพยากรณ์

                ต่อคำพยากรณ์แรก สื่อหลายสำนักมีความเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูง ที่จีนจะก้าวขึ้นแท่นเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกได้ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีรายงานข่าวว่า จีนเบียดสหรัฐอเมริกาตกจากบัลลังก์ไปแล้ว นิตยสารเศรษฐกิจ The Economist ของอังกฤษ เขียนยกย่องประธานาธิบดี สี่ จิ้นผิง ว่าเป็น ‘ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดของโลก’ แทนที่จะเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนด้านเศรษฐกิจ จีนก็แซงหน้าสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่ปี 2015 จีนมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกถึง 15.6 เปอร์เซ็นต์

สี่ จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนคือ ‘ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดของโลก’

                แต่สำหรับคำพยากรณ์ที่สองที่ว่า จะมีการค้นพบแหล่งพลังงานใหม่บนดาวพระศุกร์นั้น จวบถึงตอนนี้ยังไม่มีองค์กรไหนวางแผนจะไปสำรวจดาวพระศุกร์ และแผนการจะไปสำรวจแหล่งพลังงานที่นั่นก็ดูยังห่างไกล

                จะมีก็แต่ ‘ปาร์เกอร์ โซลาร์ โพรบ’ ยานอวกาศพิเศษขององค์กรนาซา ที่จะเคลื่อนตัวผ่านไปยังแนวโคจรของดาวพระศุกร์ เพื่อจะไปสำรวจดวงอาทิตย์

                และแผนการนี้จะเกิดขึ้นในปี 2019

เครดิต: Huffpost Deutschland

Facebook Comments